ถาม – ตอบ กฎหมายหุ้นส่วน-บริษัท

  1. ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

ตอบ   ๓ ประเภท คือ
๑. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
๒. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
๓. บริษัทจำกัด

  1. จงอธิบายความหมายของสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

ตอบ   สัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น

  1. ห้างหุ้นส่วนและบริษัทแตกต่างกันอย่างไร

ตอบ   ห้างหุ้นส่วนและบริษัทแตกต่างกันกัน  ดังนี้ คือ

๑. การก่อตั้ง บริษัทจำกัดจะต้องจดทะเบียนเสมอ ส่วนห้างหุ้นส่วนนั้นไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก็ได้ เว้นแต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ต้องจดทะเบียนเพื่อให้รู้ว่าใครเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่มีอำนาจจัดการห้าง

๒. ฐานะทางกฎหมาย บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคล ส่วนห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนเท่านั้นที่ไม่เป็นนิติบุคคล

๓. จำนวนสมาชิก บริษัทจำกัดจะต้องมีบุคคลตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป เป็นผู้เริ่มก่อการและจัดตั้งบริษัทจำกัด ส่วนห้างหุ้นส่วนนั้น ๒ คนมาร่วมกันจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนได้

๔. คุณสมบัติ ห้างหุ้นส่วนนั้นถือคุณสมบัติของบุคคลที่เป็นหุ้นส่วนเป็นสำคัญ แต่บริษัทถือเรื่องทุนเป็นสำคัญ ข้อสังเกต การตาย ล้มละลาย หรือตกเป็นคนไร้ความสามารถของหุ้นส่วนนั้นทำให้ห้างหุ้นส่วนสามัญต้องเลิกกัน แต่ถ้าผู้ถือหุ้นการตาย ล้มละลาย หรือตกเป็นคนไร้ความสามารถไม่เป็นเหตุให้บริษัทต้องเลิกแต่อย่างใด

๕. วัตถุประสงค์ของสมาชิก วัตถุประสงค์ของหุ้นส่วนคือการแสวงหาผลกำไรจากการดำเนินกิจการของห้าง ส่วนบริษัทสมาชิกผู้ถือหุ้นหวังเงินปันผลและกำไรในการซื้อขายหุ้นของบริษัท
๖. สิ่งที่นำมาลงหุ้น ห้างหุ้นส่วนอาจนำเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานมาลงหุ้นได้ ยกเว้นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องลงเป็นเงินเท่านั้น ส่วนบริษัทโดยปกติแล้วผู้ถือหุ้นในบริษัทต้องชำระค่าหุ้นเป็นเงิน เว้นแต่บริษัทจะออกหุ้นลมหรือหุ้นทดแทนแรงงานโดยไม่ต้องชำระค่าหุ้น

 

  1. จงอธิบายความหมายของห้างหุ้นส่วนสามัญ

ตอบ   ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ  สัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ตกลงนำหุ้นมาลงทุนในห้างไม่ว่าจะเป็นเงินหรือทรัพย์สินสิ่งอื่นหรือลงแรงงานก็ได้ โดยกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น และบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

  1. ลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญด้วยประสงค์จะแบ่งกำไรอันจะได้จากกิจการที่ทำนั้นเป็นอย่างไร

ตอบ  (๑) เป็นเรื่องของการแบ่งกำไรไม่ใช่ทรัพย์สิน เช่น ชายหญิงอยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างอยู่กินด้วยกันจึงเป็นกรรมสิทธิ์รวมของทั้งสองฝ่าย ชายและหญิงจึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันนั้น ไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วนกัน

(๒) เพื่อประสงค์จะแบ่งกำไรไม่ได้แบ่งรายได้ เช่น ขายทรัพย์สินมาแล้วนำมาแบ่งกันโดยไม่ได้หักต้นทุนเพื่อคิดคำนวณกำไรมาแบ่งปัน ไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วนกัน

(๓) ต้องเพื่อประสงค์แบ่งกำไรจากกิจการที่ทำถ้าแบ่งกำไรอื่นนอกจากกิจการที่ทำก็ไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วนกัน

  1. การที่จะวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือไม่ มีหลักเกณฑ์พิจารณากี่ประการ อะไรบ้าง

ตอบ   ๒ ประการ คือ
(๑) บุคคลนั้นต้องกระทำกิจการร่วมกัน และ
(๒) มีสิทธิจะได้รับส่วนกำไรอันเกิดจากกิจการนั้น

  1. กรณีใดถือว่าบุคคลไม่ใช่หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ

ตอบ   (๑) ถ้าไม่มีข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามีการดำเนินกิจการร่วมกันไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วน เช่น กิจการหนึ่งมีการตกลงกันโดยชัดแจ้งว่าไม่ให้ผู้ที่นำเงินมาร่วมลงหุ้นเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของห้าง คอยรับส่วนแบ่งผลกำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เช่นนี้เจ้าของเงินไม่ใช่หุ้นส่วนในกิจการนั้น

(๒) ถ้าผู้เข้ามาร่วมในกิจการไม่ได้เข้ามาร่วมในฐานะหุ้นส่วนแต่อยู่ในฐานะอื่น เช่น ฐานะลูกจ้าง ฐานะที่ปรึกษาหรือผู้มีประสบการณ์ ไม่ใช่หุ้นส่วน

(๓) ให้กู้ยืมเงินไปทำการค้าแล้วผู้กู้ตกลงแบ่งผลกำไรให้ ผู้ให้กู้ไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วนกัน

  1. ทรัพย์สินที่จะนำเข้ามาเป็นทุนในห้างหุ้นมีกี่วิธี

ตอบ   2   วิธี  คือ

๑. โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นให้เป็นของห้าง
๒. ไม่โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นให้ห้าง แต่ให้ทรัพย์สินนั้นเพื่อให้ห้างยืมใช้ประโยชน์เท่านั้น

  1. ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดได้ลงแต่แรงงานของตนเข้าเป็นหุ้น และในสัญญาเข้าหุ้นส่วนมิได้ตีราคาค่าแรงไว้จะต้องทำอย่างไร

ตอบ  ให้คำนวณส่วนกำไรของผู้ที่เป็นหุ้นส่วนด้วยลงแรงงานเช่นนั้น เสมอด้วยส่วนถัวเฉลี่ยของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งได้ลงเงินหรือลงทรัพย์สิเข้าหุ้นในการนั้น

  1. ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดละเลยไม่ส่งมอบส่วนลงหุ้นของตนเสียเลย จะต้องทำอย่างไร

ตอบ   ต้องส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายจดทะเบียนไปรษณีย์ไปยังผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้น ให้ส่งมอบส่วนลงหุ้นของตนมาภายในเวลาอันสมควร มิฉะนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ จะลงเนื้อเห็นพร้อมกัน หรือโดยเสียงข้างมากด้วยกันสุดแต่ข้อสัญญา ให้เอาผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นออกเสียได้

  1. สิทธิของหุ้นส่วนมีอะไรบ้าง

ตอบ  สิทธิของหุ้นส่วน  ได้แก่
๑. หุ้นส่วนทุกคนมีสิทธิร่วมกันในทรัพย์สินของห้าง
๒. หุ้นส่วนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรและทรัพย์สินของห้างเมื่อห้างเลิก
๓. ห้างหุ้นส่วนทุกคนมีสิทธิในการจัดการงานและควบคุมดูแลกิจการของห้าง

๔. ถ้าชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงใช้เรียกเป็นชื่อห้างอยู่ ผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นชอบที่จะเรียกให้งดใช้ชื่อของตนเสียได้ (มาตรา ๑๐๔๗)
๕. ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งจะเรียกเอาส่วนของตนจากหุ้นส่วนอื่น ๆ แม้ในกิจการค้าขายอันใดซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนก็ได้

  1. จงอธิบายข้อห้ามและหน้าที่ของหุ้นส่วน

ตอบ    ๑. ห้ามมิให้ชักนำเอาบุคคลผู้อื่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนหมดด้วยกันทุกคน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

๒. ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งโอนส่วนกำไรของตนในห้างหุ้นส่วนทั้งหมดก็ดี หรือแต่บางส่วนก็ดีให้แก่บุคคลภายนอกโดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนที่เหลือบุคคลภายนอกนั้นจะเข้าเป็นหุ้นส่วนไม่ได้

๓. ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงข้อสัญญาเดิมแห่งห้างหุ้นส่วนหรือประเภทแห่งกิจการ นอกจากด้วยความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนหมดด้วยกันทุกคน เว้นแต่จะมีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

๔. ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพเช่นเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดทำการฝ่าฝืนผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ ชอบที่จะเรียกเอาผลกำไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายเพราะเหตุนั้น แต่ห้ามมิให้ฟ้องเรียกเมื่อพ้นเวลา ๑ ปี นับแต่วันทำการฝ่าฝืน

๕. ถ้าชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงใช้เรียกเป็นชื่อห้างอยู่ ผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นชอบที่จะเรียกให้งดใช้ชื่อของตนเสียได้

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th