ถาม – ตอบ ความรู้เกี่ยวกับงานคุมประพฤติ

  1. Probation Officer คืออะไร

ตอบ   พนักงานคุมประพฤติ

  1. จงอธิบายความสำคัญของงานคุมประพฤติ

ตอบ   การคุมประพฤติเป็นมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด ด้วยวิธีการไม่ควบคุมตัว โดยการกำหนดเงื่อนไขการคุมความประพฤติ เพื่อให้ผู้กระทำผิดกลับไปใช้ชีวิตในสังคมตามปกติ การคุมประพฤติจึงเป็นวิธีที่เปลี่ยนแนวความคิดจากวิธีการลงโทษมาเป็นวิธีการบำบัดฟื้นฟู และจากการลงโทษจำคุกมาเป็นการเลี่ยงโทษจำคุก โดยมีพนักงานคุมประพฤติคอยดูแลช่วยเหลือให้บุคคลดังกล่าวสามารถแก้ไขปรับปรุงนิสัยและความประพฤติของตน ภายใต้การช่วยเหลือของชุมชนเฉพาะอย่างยิ่งให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการป้องกันอาชญากรรมและการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด

  1. งานคุมประพฤติเป็นงานที่สำคัญในกระบวนการใด จงอธิบาย

ตอบ   กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งอยู่ในขั้นตอน  ทั้งก่อนพิพากษาคดีของศาล หลังการพิพากษาคดีและในกรณีที่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกมาระยะเวลาหนึ่ง และได้รับโอกาสการพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษผู้ต้องขังรายดังกล่าวก็จะต้องถูกคุมความประพฤติไว้เช่นกัน

  1. ในงานคุมประพฤติการที่จะให้การแก้ไขฟื้นฟูบรรลุวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงจะต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

ตอบ  ประกอบด้วย กระบวนการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงและความเห็นเกี่ยวกับจำเลย (Social Investigation) และกระบวนการควบคุมและสอดส่อง (Supervision)

  1. จงอธิบายความหมายของการสืบเสาะและพินิจ

ตอบ  การสืบเสาะและพินิจ เป็นกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติและภูมิหลังทางสังคม รวมทั้งพฤติการณ์คดีของผู้กระทำผิด แล้วนำข้อเท็จจริงที่ได้มาประมวล วิเคราะห์ ทำรายงานพร้อมทั้งเสนอความเห็นเกี่ยวกบมาตรการการลงโทษที่เหมาะสม การแก้ไขฟื้นฟูที่เหมาะสมกับผู้กระทำผิดแต่ละราย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสังคมเป็นสำคัญ

  1. การสืบเสาะและพินิจผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่ หมายถึงอะไร

ตอบ  หมายถึง การแสวงหาข้อเท็จจริง ประวัติภูมิหลังทางสังคม และรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ของจำเลย ก่อนศาลพิจารณาพิพากษาคดี โดยพนักงานคุมประพฤติเป็นผู้ดำเนินการตามคำสั่งศาล แล้วนำข้อเท็จจริงมาวิเคราะห์ ประเมินและทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อศาล เพื่อใช้ประกอบดุลยพินิจในการพิจารณาพิพากษาคดีว่าจะใช้มาตรการใดจึงจะเหมาะสมต่อจำเลย

  1. ผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่ หมายถึง ผู้กระทำความผิดที่มีอายุตั้งแต่กี่ปีขึ้นไป

ตอบ   อายุ  18   ปีขึ้นไป

  1. วัตถุประสงค์ของการสืบเสาะและพินิจผู้กระทำความผิดในงานคุมประพฤติผู้ใหญ่ มีอะไรบ้าง

ตอบ   1) เพื่อเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นเกี่ยวกับประวัติและภูมิหลังทางสังคมของจำเลยว่า จะใช้มาตรการใดจึงจะเหมาะสมต่อจำเลยเป็นรายบุคคล

2) เพื่อกลั่นกรองผู้กระทำความผิดที่เหมาะสมเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสังคมและแนวโน้มในการแก้ไขปรับปรุงตนเองในชุมชนของผู้กระทำความผิดเป็นหลัก

3) เพื่อประโยชน์ในการวางแผนแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในชุมชน

  1. การสืบเสาะข้อเท็จจริงผู้ได้รับการพักการลงโทษและลดวันต้องโทษจำคุก หมายถึงอะไร

ตอบ   หมายถึง การแสวงหาข้อเท็จจริง ประวัติภูมิหลัง และรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ของนักโทษเด็ดขาดก่อนที่จะปล่อยคุมประพฤติตลอดจนความเหมาะสมของผู้อุปการะเกี่ยวกับความยินดีอุปการะนักโทษฯ รวมทั้งถิ่นที่อยู่ สภาพแวดล้อมบุคคลที่เกี่ยวข้อง

  1. จงบอกวัตถุประสงค์ของการสืบเสาะข้อเท็จจริงผู้กระทำความผิดในงานคุมประพฤติ ผู้ได้รับการพักการลงโทษและลดวันต้องโทษจำคุก

ตอบ   1) เพื่อให้มีการกลั่นกรองพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบก่อนที่จะอนุมัตินักโทษเด็ดขาดรายใดให้ได้รับพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษจำคุก

2) เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และทำให้สังคมเกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

  1. จงอธิบายความหมายของการควบคุมและสอดส่องในงานคุมประพฤติ

ตอบ  การควบคุมและสอดส่องเป็นกระบวนการติดตาม ดูแลให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้กระทำผิดที่อยู่ระหว่างการแก้ไขฟื้นฟูในชุมชนภายใต้เงื่อนไขการคุมความประพฤติ เพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดเหล่านั้นสามารถปรับปรุงแก้ไขนิสัยความประพฤติ และปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติต่อไป   ตลอดจนไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก โดยมีพนักงานคุมประพฤติเป็นผู้คอยควบคุมดูแลและติดตามเยี่ยมเยียน เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ ตักเตือน ช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตด้านการปรับตัว นิสัยความประพฤติ การศึกษา งานอาชีพ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ด้วยการแก้ไขฟื้นฟูตามสภาพปัญหาและความต้องการเป็นรายบุคคล โดยอาศัยเทคนิควิธีต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษา การบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยทางกายและจิตใจ        การให้ความรู้ การฝึกอาชีพ การปรับพฤติกรรม รวมทั้งให้การสงเคราะห์ในรูปแบบต่างๆ

  1. ผู้กระทำผิดที่อยู่ภายใต้การควบคุมและสอดส่องของกรมคุมประพฤติแบ่งเป็นกี่กลุ่ม อะไรบ้าง

ตอบ  3  กลุ่ม  ได้แก่

  1. ผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป) ที่ศาลพิพากษา รอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษจำคุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
  2. ผู้กระทำผิดเป็นเด็กหรือเยาวชนที่ศาลเห็นควรใช้วิธีการคุมประพฤติ ซึ่งมี 4 กลุ่ม คือ

2.1    เด็กหรือเยาวชนที่พิพากษาแล้วว่าไม่มีความผิด แต่มีความประพฤติเสียหาย

2.2    เด็กหรือเยาวชนที่กระทำผิด แต่ศาลเห็นควรให้โอกาสแก้ไขปรับปรุงตนเอง จึงให้รอการลงโทษไว้

2.3   เด็กหรือเยาวชนที่ศาลเห็นสมควรส่งเข้าสถานฝึกอบรมโดยกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำ ขั้นสูง  ศาลอาจปล่อยไปโดยมีเงื่อนไข ให้คุมความประพฤติ

2.4  เด็กหรือเยาชนที่ศาลส่งเข้าสถานฝึกและอบรม เมื่อครบกำหนดปล่อยตัวแล้ว ศาลเห็นสมควรให้วางเงื่อนไขคุมความประพฤติต่อไปอีกระยะหนึ่งต่อไป

  1. ผู้กระทำผิดที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับโทษมาแล้วตามระยะเวลาที่

กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 มาตรา 32 และได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษภายใต้

เงื่อนไขการคุมความประพฤติของผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษ

  1. จงบอกวัตถุประสงค์ของการควบคุมและสอดส่อง

ตอบ   1.เพื่อแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดตามสภาพปัญหาและความต้องการ

2.เพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้สามารถดำเนินชีวิตและปรับตัวเข้ากับสังคมได้ โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ

3.เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพและความปลอดภัยของชุมชน

  1. การสืบเสาะและพินิจผู้กระทำความผิดที่เป็นเด็กและเยาวชน หมายถึงอะไร

ตอบ   หมายถึง การแสวงหาข้อเท็จจริง ประวัติภูมิหลังทางสังคม และรายละเอียด หลักฐานต่างๆของเด็กและเยาวชน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งค้นหาสาเหตุ แห่งการกระทำความผิดเพื่อนำข้อเท็จจริงมาวิเคราะห์ ประเมิน และทำรายงานพร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนแต่ละรายอย่างเหมาะสมต่อศาลก่อนพิจารณาพิพากษาคดี

  1. การสืบเสาะและพินิจผู้กระทำความผิด เด็กและเยาวชนในงานคุมประพฤติ มีความหมายว่าอย่างไร

ตอบ        เด็ก หมายความว่า บุคคลอายุเกินกว่า  7 ปีบริบูรณ์แต่ยังไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์

เยาวชน หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 14 ปีบริบูรณ์แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์

  1. วัตถุประสงค์ของการสืบเสาะและพินิจผู้กระทำความผิดในงานคุมประพฤติเด็กและเยาวชน มีอะไรบ้าง

ตอบ   1) เพื่อเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติและภูมิหลังทางสังคมรวมทั้งสาเหตุแห่งการกระทำความผิด และแนวทางแก้ไขปัญหาหรือ กำหนดมาตรการต่อเด็กและเยาวชนแต่ละรายอย่างเหมาะสม

2.เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายให้มีความเท่าเทียมกัน

3.เพื่อกำหนดแผนการแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนให้เหมาะสมกับวัย และวางมาตรการป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนหวนกลับมากระทำความผิดอีก

  1. เพื่อแยกเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดออกจากผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ใหญ่
  2. เด็กและเยาวชนที่กระทำผิด แต่อยู่ในวิสัยที่สามารถปรับปรุงแก้ไขตนเองได้ ศาลจะใช้วิธีการรอการลงโทษหรือปล่อยตัวออกมาจากสถานฝึกอบรมโดยใช้วิธีการคุมความประพฤติ โดยมีเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติตามอย่างไร

ตอบ  เงื่อนไขให้เด็กและเยาวชนต้องปฏิบัติตาม ดังนี้

  1. ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ
  2. ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพให้เป็นกิจจะลักษณะ
  3. ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือความประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำผิดในทำนองเดียวกันอีก
  4. ให้ไปรับการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดให้โทษความบกพร่องทางร่างกายหรือทางจิตหรือความเจ็บป่วยอื่น
  5. เงื่อนไขอื่นๆตามที่เห็นสมควรเพื่อแก้ไขฟื้นฟูหรือป้องกันมิให้มีการกระทำผิดอีก เช่น กำหนดให้ทำงานบริการสังคมตามที่ศาลเห็นสมควร โดยอยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ
  6. หลักการที่พนักงานคุมประพฤติจะต้องยึดถือปฏิบัติในการปฏิบัติงานสืบเสาะและพินิจ มีอะไรบ้าง

ตอบ   ในการปฏิบัติงานสืบเสาะและพินิจ  พนักงานคุมประพฤติต้องยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติงาน  มีดังนี้คือ

๑. การปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

.การเก็บรักษาความลับ

๓. การวางตัวเป็นกลาง

๔. การยอมรับในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์

๕. การยอมรับในศักยภาพที่จะกลับตนเป็นพลเมืองดีของจำเลย

๖. การนำเสนอข้อเท็จจริงตามความเป็นจริงอย่างมีเหตุผลและมีหลักฐาน

๗. การปฏิบัติงานอย่างมีระบบแบบแผน

๘. การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ในขั้นตอนการสืบเสาะและพินิจ

๙. การดูแลช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายตามหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

  1. ลักษณะคดีโดยทั่วไปที่จะศาลจะสั่งสืบเสาะและพินิจ มีอะไรบ้าง

ตอบ    พระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๑ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ วรรคแรก ลักษณะคดีโดยทั่วไปที่จะศาลจะสั่งสืบเสาะและพินิจ ดังนี้

๑.๑ คดีที่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

๑.๒ คดีที่ศาลเห็นว่าจะลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๓ ปี เพราะหากพนักงานคุมประพฤติได้ทำรายงานสืบเสาะและพินิจพร้อมทั้งทำความเห็นเสนอต่อศาลว่าจำเลยสมควรจะได้รับโอกาสปรับปรุงแก้ไขตนเองให้เป็นพลเมืองดี และศาลมีความเห็นตามที่พนักงานคุมประพฤติเสนอ ศาลก็จะสามารถพิพากษารอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษได้

๑.๓ คดีที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว เนื่องจากการสืบเสาะและพินิจ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติภูมิหลังของจำเลย มูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิด ความหนักเบาของพฤติการณ์แห่งคดี แนวโน้มเกี่ยวกับพฤติกรรมของจำเลย เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยที่จะทำให้จำเลยกระทำความผิด และเพื่อพิจารณาว่าสมควรจะนำวิธีการคุมความประพฤติมาใช้กับจำเลยหรือไม่ และถ้าสมควร จะใช้วิธีการอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับจำเลยแต่ละราย

  1. พนักงานคุมประพฤติจะต้องสืบเสาะและพินิจโดยไม่ชักช้า และให้ทำรายงานพร้อมกับความเห็นเสนอต่อศาลภายในกี่วัน

ตอบ  มาตรา ๑๒  แห่งพระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา ได้บัญญัติไว้ความว่า “เมื่อศาลสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจข้อเท็จจริงตามมาตรา ๑๑ ให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจโดยไม่ชักช้า และให้ทำรายงานพร้อมกับความเห็นเสนอต่อศาล   ภายในสิบห้าวัน              นับแต่วันที่ศาลสั่ง แต่ถ้าไม่อาจทำให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาต่อไปอีกเท่าที่จำเป็นแต่ไม่เกินสามสิบวันก็ได้