
- การออกแบบตกแต่งภายใน คืออะไร
ตอบ คือ การสร้างสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ให้เกิดความสะดวกสบายในด้านประโยชน์ใช้สอยและความงามในรูปแบบโดยอาศัยเหตุผลทางพฤติกรรมและข้อมูลต่างๆ ของมนุษย์เป็นหลัก
- การออกแบบตกแต่งภายใน มีหลักการอะไรบ้าง
ตอบ การออกแบบตกแต่งภายใน มีหลักการดังนี้
- ประโยชน์ใช้สอยในด้านสถานที่
ประโยชน์ใช้สอย คือ ความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย เช่น การออกแบบเก้าอี้ตัวหนึ่ง อาจดูรูปแบบและสีสันสวย น่ามอง น่าลูบไล้ แต่เมื่อลองนั่งแล้ว ปรากฏว่ามีอาการเจ็บหลัง การทรงตัวไม่ดี ถ้านั่งไม่ระวังอาจพลิกหงายหลังได้ แสดงว่าการออกแบบเก้าอี้ตัวนี้ล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ เสียทั้งเงินทุน เสียค่าแรงงาน กำลังสติปัญญาและเสียเวลา มีผลกระทบต่อจิตใจด้วย
- ความงามของรูปแบบ
ความงามของรูปแบบ เป็นองค์ประกอบที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้ ทั้งในด้านความงาม ความทันสมัย ความมีรสนิยมและกลมกลืนกับบรรยากาศ
- การจัดวาง
การจัดวาง คือ การวางตำแหน่งเครื่องเรือนเครื่องใช้ตามหน้าที่ของการใช้สอยภายในห้อง เพื่อให้เกิดความงาม ความเป็นระเบียบ เกิดมิติ ช่องว่างและความกลมกลืน
- จิตวิทยาในการใช้ตกแต่งภายใน
ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ ระดับการศึกษา รสนิยมและความต้องการพื้นฐานของผู้ใช้งาน เพื่อให้งานออกแบบตกแต่งภายในเกิดประโยชน์สูงสุด
- การออกแบบตกแต่งภายในอาคารที่พักอาศัย ได้แก่การตกแต่งภายในห้องใดบ้าง
ตอบ ได้แก่ การออกแบบตกแต่งห้องหลักๆ ดังต่อไปนี้
- ออกแบบตกแต่งห้องนอน
- ออกแบบตกแต่งห้องรับแขก
- ออกแบบตกแต่งห้องครัว
- ออกแบบตกแต่งห้องน้ำ
- ออกแบบตกแต่งระเบียงนั่งเล่น
- การจัดวางผังห้องนอนต้องอาศัยข้อมูลด้านใดบ้าง
ตอบ 1. ความต้องการจำเป็นของผู้ใช้ห้อง
- ความเชื่อในเรื่องทิศทาง เช่น คนไทยไม่นิยมนอนหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก
- คำนึงถึงด้านภูมิศาสตร์ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ และทิศทางของลม
- ห้องรับแขกควรตกแต่งอย่างไร
ตอบ ห้องรับแขกเป็นห้องที่ใช้รับรองบุคคลภายนอก ผู้มาเยี่ยมอาจเป็นญาติสนิท เพื่อนฝูง หรือบุคคลสำคัญสำหรับครอบครัว ดังนั้น การออกแบบตกแต่งห้องรับแขก จึงสมควรตกแต่งอย่างพิถีพิถันและหรูหราเป็นพิเศษ เพราะแสดงถึงความเป็นผู้มีรสนิยมและนิสัยใจคอของเจ้าของบ้านได้ ห้องรับแขกอาจแยกจากส่วนอื่นๆ ของบ้านก็ได้หรือไม่ก็มักจะอยู่ใกล้ทางเข้าออกด้านหน้ามากที่สุด แต่ไม่ควรให้มองเห็นภายในบ้านมากจนเกินไป
- จงอธิบายการใช้สีในการตกแต่งห้องรับแขก
ตอบ เนื่องจากห้องรับแขก เป็นห้องที่ต้องใช้ในโอกาสการพบปะสนทนากันด้วยความสดชื่น จึงไม่เหมาะที่จะใช้สีที่ให้ความรู้สึกสงบ ควรใช้สีที่ให้ความรู้สึกร่าเริง แจ่มใส อาจใช้สีในวรรณะอุ่น (warm tone) แต่ต้องลดความสด ความแรงให้น้อยลง เช่น สีส้มอ่อนๆ ส่วนผ้าม่านอาจใช้สีสดเข้มๆ ก็ได้ เพราะมิได้เห็นเต็มผืนตลอดเวลา สำหรับพื้นห้องนั้นอาจใช้สีม่วงคราม สีอ่อนหรือเข้มก็ได้จะช่วยให้เบิกบานและความใกล้ชิดสนิทสนม
- จงอธิบายการใช้สีตกแต่งห้องครัว
ตอบ สีตกแต่งภายในห้องครัว ควรเป็นสีที่ส่งเสริมให้ห้องนี้ดูสะอาดตา สดชื่น รู้สึกสบาย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของฝีมือในการประกอบอาหารให้มีรสชาติ แต่ควรให้สีสัมพันธ์กันกับห้องรับประทานอาหารด้วย
- ห้องน้ำควรออกแบบตกแต่งอย่างไร
ตอบ ห้องน้ำเป็นห้องที่มีเนื้อที่แคบที่สุดในจำนวนห้องต่างๆ ภายในบ้าน และเป็นห้องที่ต้องใช้ร่วมกันของสมาชิกภายในครอบครัวหรือแขกผู้มาเยือน ห้องน้ำจึงควรอยู่ห่างจากห้องรับประทานอาหารและห้องรับแขก เส้นทางเดินเข้าห้องน้ำควรสะดวกไม่วกวนมีอากาศถ่ายเทดี ห้องน้ำแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
- ส่วนแห้ง ประกอบด้วย อ่างล้างหน้า โถส้วม ที่ปัสสาวะชาย ที่ปัสสาวะหญิง ส่วนนี้ควรเป็นส่วนแรกของทางเข้า เพราะเป็นส่วนที่ถูกใช้งานมากที่สุด และพื้นห้องต้องอยู่ในสภาพที่แห้ง
- ส่วนเปียก ประกอบด้วย ที่อาบน้ำ เช่น ฝักบัว อ่างอาบน้ำ ระดับพื้นควรให้ต่ำกว่าส่วนแห้ง หรือมีขอบกั้นสูงขึ้นมา และควรมีผ้าม่านพลาสติก รูดเปิด-ปิดได้ด้วย บริเวณส่วนนี้ควรอยู่ด้านในสุดของห้องน้ำ พื้นห้องน้ำควรได้รับการขัด-ถู ทำความสะอาดให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันอันตรายจากการลื่นล้ม ควรมีน้ำยาดับกลิ่นให้อากาศถ่ายเท เพื่อจะได้ไม่มีกลิ่นอับ
- จงอธิบายการใช้สีตกแต่งห้องน้ำ
ตอบ สีภายในของห้องน้ำควรใช้สีในวรรณะเย็น ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่นและเยือกเย็น อาจใช้สีขาวนวล สีฟ้านวล หรือสีน้ำทะเลโดยลดความสดใสลง พื้นห้องน้ำควรเป็นสีเข้ม เช่น เขียวแก่ น้ำเงินอมเขียว หรือสีคราม เป็นต้น
- ระเบียงนั่งเล่นควรใช้สีใดในการตกแต่ง
ตอบ สีที่ใช้ตกแต่งระเบียงนั่งเล่นควรใช้สีที่ให้ความรู้สึก สดชื่น ร่าเริง แจ่มใส ให้มีความกลมกลืนกับบรรยากาศสภาพแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็ควรใช้สีให้มีความขัดแย้ง (contrast) กันบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเบื่อหน่าย

